สุขภาพลูก ตรวจได้ตั้งแต่ในครรภ์

สุขภาพลูก ตรวจได้ตั้งแต่ในครรภ์ (รักลูก)
โดย: เซเฮราซาด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกในครรภ์อยู่ดีมีสุขหรือมีภาวะผิดปกติอะไรหรือไม่ ซึ่งถ้าอยากรู้ก็ต้องตรวจคัดกรอง และตรวจจำเพาะบางอย่างก็จะรู้ได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องเลยค่ะ

สุขภาพลูก ตรวจได้ตั้งแต่ในครรภ์

ตลอดการตั้งครรภ์ คุณแม่จะได้รับโอกาสให้ตรวจคัดกรอง และตรวจวินิจฉัยภาวะผิดปกติของทารกใน ครรภ์อยู่หลายอย่าง แม้ว่าคุณแม่บางคนอาจจะไม่ต้องตรวจทุกอย่าง แต่สำหรับคุณแม่หลายคน จะได้รับการแนะนำให้ตรวจทารกในครรภ์ ทั้งนี้ การจะได้รับการแนะนำให้ตรวจอะไรนั้น อาจจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ พื้นที่ที่อาศัยอยู่ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้คุณแม่มีแนวโน้มว่าจะมีลูกที่ความผิดปกติ

ชนิดของการตรวจ

การตรวจลูกในครรภ์มีอยู่ 2 ชนิด คือ การตรวจคัดกรอง และการตรวจจำเพาะ

การตรวจคัดกรองเป็นเพียงการตรวจหาว่า เด็กในครรภ์มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะผิดปกติหรือไม่ แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่าเด็กจะคลอดออกมาผิดปกติ ซึ่งหากตรวจคัดกรองแล้วพบว่ามีความเสี่ยง คุณหมอก็จะแนะนำให้คุณแม่ไปตรวจจำเพาะอีกครั้งเพื่อชี้ชัดว่า เด็กมีภาวะผิดปกติหรือไม่ ซึ่งการตรวจจำเพาะ จะสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้ว่าเด็กเป็นโรคนั้นหรือไม่

ในปัจจุบันการตรวจหาภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ที่สำคัญ ๆ มีดังนี้

การตรวจคัดกรองเบาหวาน คุณแม่ทุกคนจะได้รับการซักประวัติว่าน่าจะมีปัญหาโรคเบาหวานหรือไม่ หากมีความเสี่ยง อาทิ

อายุมากกว่า 35 ปี

มีประวัติว่ามีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน

เคยคลอดลูกที่มีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม

เคยคลอดลูกที่มีความพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น ไขสมองสันหลังผิดปกติ กระดูกสันหลังเปิด หรือในท้องก่อน ๆ เคยคลอดเด็กออกมาแล้วตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือว่าตายตั้งแต่อยู่ในท้อง

แม่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะโรคอ้วน เป็นต้น

เหล่านี้ถือว่าเป็นแม่ที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องมีการเจาะเลือดเพื่อสกรีนเบาหวาน และถ้าผลการสกรีนออกมาเป็นบวก คุณหมอก็จะนัดคุณแม่มาตรวจวินิจฉัยต่อไปว่าเป็นเบาหวานจริงหรือไม่

ตรวจคัดกรองทาลัสซีเมีย

ทาลัสซีเมียเป็นโรคโลหิตจางเรื้อรังที่เกิดจากกรรมพันธุ์ คนไทยถึง 40 % เป็นพาหะของโรคนี้ เด็กไทยจึงมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้สูงมาก ปัจจุบันการตรวจคัดกรองทาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์ จึงเป็นนโยบายของชาติ แม่ทุกคนต้องได้รับการตรวจคัดกรอง โดยการตรวจเลือดดูลักษณะของเม็ดเลือดแดง ถ้าพบว่า แม่เป็นพาหะหรือเป็นโรคทาลัสซีเมียจะต้องมีการนำสามีมาตรวจด้วย เพื่อหาว่าคู่นี้เป็นคู่เสี่ยงที่จะมีลูกเป็นโรคทาลัสซีเมียหรือไม่

หากตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะหรือเป็นโรค ลูกมีโอกาสที่จะเป็นพาหะถึง 75 % และมีโอกาสที่จะเป็นโรค 25 % ดังนั้น คุณหมอจะแนะนำให้ตรวจจำเพาะด้วยการเจาะเอาเนื้อรกของลูกไปตรวจ หรือการตรวจเลือดทารกในครรภ์แล้วแต่อายุครรภ์ว่าจะใช้วิธีใด เพื่อหาคำตอบว่าลูกในครรภ์เป็นโรคทาลัสซีเมียหรือไม่ ซึ่งในระหว่างนี้ คุณหมอก็จะให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาว่าถ้าพบว่าลูกเป็นโรค จริง คุณพ่อคุณแม่จะมีทางเลือกอย่างไรต่อไป

ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม

ปัจจุบันเมืองไทยมีการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมได้ตั้งแต่ท้องอ่อน ๆ ในไตรมาสแรก แม่ทุกคนสามารถตรวจได้ โดยวิธีการอัลตราซาวนด์ ดูความหนาของน้ำระหว่างผิวหนังกับกระดูกต้นคอ ควบคู่กับการตรวจหาสารชีวเคมีบางอย่างในเลือดแม่ ด้วยการดู 2 อย่างนี้ควบคู่กันซึ่งเป็นวิธีที่ไม่มีความเสี่ยง แม่จะได้รู้ว่าลูกมีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมหรือไม่

แต่การตรวจคัดกรองเป็นเพียงแค่การหาความเสี่ยง ไม่ใช่ผลที่แน่นอนว่าลูกจะเป็นดาวน์ ดังนั้นหากผลการตรวจคัดกรองออกมาว่ามีโอกาสเป็น คุณแม่จะได้รับการแนะนำให้ไปตรวจจำเพาะ เพื่อหาคำตอบที่แน่นอนว่าลูกเป็นหรือไม่

ปัจจุบันในเมืองไทยมีการตรวจคัดกรองที่ รพ.รามาธิบดี และตามโรงเรียนแพทย์ต่าง ๆ เช่น รพ.จุฬา หรือศิริราช ก็กำลังจะมีการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมให้บริการเช่นกัน

อัลตร้าซาวนด์ดูโครงสร้างร่างกาย

อัลตร้าซาวนด์เป็นการตรวจขั้นพื้นฐานเมื่ออายุครรภ์ 5 เดือน การตรวจอัลตราซาวนด์มีประโยชน์ในแง่สกรีนเรื่องของโครงสร้าง สามารถดูความผิดปกติของเด็กได้ตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงเท้า ดูหน้าตามีปากแหว่ง เพดานโหว่ไหม นิ้วมือนิ้วเท้าครบหรือเปล่า หัวใจมีผิดปกติไหม

ถ้าเจอโครงสร้างที่ผิดปกติ ก็สามารถวินิจฉัยได้เลยว่าเด็กคนนี้มีความผิดปกติ เช่น ภาวะกระดูกสันไขสันหลังเปิด ซึ่งบางอย่างสามารถให้การดูแลรักษา และวินิจฉัยได้ก่อนที่เด็กจะคลอดออกมา แม่จะได้เตรียมตัวเตรียมใจกับลูกที่จะออกมา คุณหมอก็จะได้เตรียมทีมศัลยแพทย์เด็ก เตรียมกุมารแพทย์ เตรียมวิสัญญีแพทย์ เตรียมเนิร์สเซอรี่ หรือเตรียมการผ่าตัดไว้ให้พร้อม เป็นการเตรียมรับมือกับปัญหาแต่เนิ่น ๆ

ตรวจเลือดหาเชื้อกามโรค เชื้อตับอักเสบ แล้วก็เชื้อเอดส์

ในโรงพยาบาลทั่วไป เมื่อแม่ไปฝากท้องจะต้องมีการตรวจเลือดแม่เพื่อดูผลเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่หมอจะต้องรู้ก่อนที่จะไปทำคลอดให้คนไข้ เพราะเชื้อบางตัวมีผลต่อความผิดปกติของลูกด้วย เช่น เชื้อกามโรคจะทำให้เกิดลูกที่มีปัญหาเรื่องของสมองอักเสบ สมองเล็ก มีพัฒนาการช้า ดังนั้นถ้าตรวจเจอสามารถฉีดยารักษาแม่ เชื้อก็จะไม่ติดต่อไปถึงลูก

เชื้อไวรัสตับอักเสบบางตัว หมอจะเจาะเลือดตรวจเป็นปกติ ถ้าเจอว่าบวก จะได้มีการรักษาและป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อต่อไป

ส่วนเชื้อเอดส์ หากตรวจพบ ในแง่การดูแลป้องกัน แพทย์จะให้แม่กินยาต้านไวรัสเอดส์ในขณะตั้งครรภ์ และเมื่อถึงกระบวนการคลอด แพทย์จะต้องทำการผ่าตัดคลอดเท่านั้น และขณะนี้เริ่มมียาในการรักษาแล้ว ซึ่งอาจจะไม่รักษา 100 % แต่ก็เริ่มรักษาแล้วทั้งในแม่และในลูก รวมถึงอาจจะสามารถหาทางป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อได้

การตรวจครั้งแรกจะตรวจทันทีเมื่อแม่มาฝากท้อง แล้วก็ตรวจซ้ำอีกครั้งในช่วงอายุครรภ์ 32 ถึง 36 สัปดาห์ หรืออย่างน้อยก็ต้องห่างจากครั้งแรกเป็นเวลา 3 เดือน การไม่เจาะเลือดตรวจติดกัน เพราะเชื้ออาจจะอยู่ในระยะฟักตัว จึงต้องมีการตรวจซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อ

การตรวจอื่น ๆ

นอกจากการตรวจดังที่กล่าวมาแล้ว หากแม่มีประวัติที่เคยคลอดลูกที่มีความผิดปกติต่างๆ สามารถที่จะปรึกษาคุณหมอให้ตรวจเลือด หรืออัลตราซาวน์ดเพื่อหาความผิดปกติของลูกในครรภ์คนต่อไป ให้เฉพาะเจาะจงได้ เพราะโรคบางโรคเป็นความผิดปกติที่เกิดในยีนส์ เช่น โรคกล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง ซึ่งตรวจยากพราะบางทีตรวจแค่ความผิดปกติของโครโมโซมจะไม่เจอ ต้องตรวจลึกลงไปถึงยีนส์ แม้กระทั่งในระดับโรงเรียนแพทย์ก็อาจจะยังทำไม่ได้ จึงอาจจะต้องดูอัลตราซาวนด์ประกอบด้วย

การตรวจต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้คุณแม่ควรตรวจทุกอย่าง เพราะเป็นผลประโยชน์ของคุณแม่เอง ถ้ารู้เสียแต่เนิ่น ๆ จะได้เตรียมรับมือให้ดีมากขึ้น แต่ถ้าผลออกมาว่าลูกปกติดี คุณแม่ก็จะสบายใจและมีสุขภาพจิตที่ดีมากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s